แอนดี้ แคร์โรลล์ อดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล เปิดเผยเบื้องหลังการย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สู่แอนฟิลด์ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์เมื่อเดือนมกราคม 2011 โดยยอมรับว่าในเวลานั้นเขาไม่ต้องการย้ายทีม ถึงขั้นหวังให้ตัวเองไม่ผ่านการตรวจร่างกายกับ ลิเวอร์พูล
แคร์โรลล์ ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 22 ปี ย้ายมา ลิเวอร์พูล ในวันเดียวกับที่สโมสรคว้าตัว หลุยส์ ซัวเรซ ก่อนที่เขาจะลงเล่นในพรีเมียร์ลีกให้ทีม 44 นัดตลอดช่วงเวลา 18 เดือน และทำได้เพียง 6 ประตู จากนั้นจึงถูกปล่อยให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยืมตัว ก่อนย้ายถาวรในปี 2013
อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวในหนังสือเล่มใหม่ของตัวเองชื่อ Owning It โดยเล่าถึงความรู้สึกทันทีที่เดินทางมาถึงเมอร์ซีย์ไซด์
"หลังจากลงเครื่องที่ลิเวอร์พูล เราตรงไปยังแอนฟิลด์ทันทีเพื่อให้ผมเข้ารับการตรวจร่างกาย ผมคิดอยู่ตลอดว่า 'ได้โปรดเถอะ ขอให้ไม่ผ่าน แล้วคุณจะได้กลับบ้าน' แต่ผมกลับผ่านแบบไม่มีปัญหาเลย"
"นิวคาสเซิ่ล ทำให้ผมแทบไม่มีทางเลือก และภายหลังผมถึงได้รู้ว่า การที่ผมยื่นคำร้องขอย้ายทีมหมายความว่า นิวคาสเซิ่ล จะได้เก็บเงิน 10 เปอร์เซ็นต์จากค่าตัว 35 ล้านปอนด์เอาไว้ ซึ่งไม่อย่างนั้นเงินจำนวนนั้นควรจะตกเป็นของผม"
"สิ่งแรกที่ผมทำหลังเซ็นสัญญาคือโทรหาพ่อกับแม่ พวกเขาไม่ได้ไม่พอใจเรื่องที่ผมย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล ไป ลิเวอร์พูล มากเท่ากับเรื่องที่ผมไม่ได้ปรึกษาพวกเขาก่อน ผมบอกว่า 'พ่อกับแม่ต้องไปรับแมวนะ' แล้วก็จบแค่นั้น"
แคร์โรลล์ ยอมรับด้วยว่าเขาต้องการเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเบื้องหลังการย้ายทีมตั้งแต่ตอนนั้น แต่เลือกที่จะเก็บเรื่องดังกล่าวเอาไว้ เพราะไม่ต้องการทำร้ายความรู้สึกของ ลิเวอร์พูล และกองเชียร์
"ผมอยากบอกทุกคนใจจะขาดว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น พร้อมรายละเอียดทั้งหมด แต่ผมคิดว่าทางที่ดีที่สุดคือเก็บเรื่องนี้เอาไว้"
"ผมไม่ต้องการให้ ลิเวอร์พูล และแฟนบอลของพวกเขาคิดว่าผมเกลียดความคิดที่จะมาอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อคว้าตัวผม และมอบเสื้อหมายเลข 9 ที่เคยเป็นของ เอียน รัช, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ ตอร์เรส ให้กับผม"
ปัจจุบัน แคร์โรลล์ ยังคงค้าแข้งอยู่ในฝรั่งเศส หลังเซ็นสัญญาสองปีกับ บอร์กโดซ์ ซึ่งต้องลงเล่นในลีกระดับสี่จากปัญหาทางการเงิน โดยเขาทำไปแล้ว 7 ประตูจาก 11 นัด และยืนยันว่าความสุขจากการได้เล่นฟุตบอลมีความสำคัญมากกว่าเรื่องรายได้
"พูดตามตรง การมาเล่นให้ บอร์กโดซ์ ทำให้ผมต้องเสียเงินด้วยซ้ำ แต่ผมได้เล่นฟุตบอล และผมก็มีความสุขกับการได้เล่นฟุตบอลเท่านั้น"
"ผมต้องการเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้ และพูดกันตรงๆ มันไม่ใช่เรื่องเงิน ตลอดอาชีพของผม มันไม่เคยเป็นเรื่องเงินเลย"