เมื่อมองจากทีมชุดใหญ่ คำถามนี้ฟังดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
ในหนึ่งเกมส่งผู้รักษาประตูลงสนามได้เพียงคนเดียว ปัจจุบันตำแหน่งดังกล่าวยังเป็นของ อลีสซง ขณะที่ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ ถูกวางตัวเป็นผู้ท้าชิงและทายาทในระยะยาวอยู่แล้ว
ถ้าเป็นเช่นนั้น เหตุใดลิเวอร์พูลจึงยังเดินหน้าดึงผู้รักษาประตูอายุน้อยเข้ามาเพิ่มเติม ทั้ง อาร์มิน เปชี่ รวมถึงดาวรุ่งคนอื่นที่ถูกส่งออกไปเก็บประสบการณ์ ตลอดจนการลงทุนกับผู้รักษาประตูรุ่นเยาว์รายใหม่อย่างต่อเนื่อง?
คำตอบคือ สโมสรไม่ได้มองผู้รักษาประตูดาวรุ่งทุกคนในฐานะ ผู้สืบทอดตำแหน่งของอลีสซง แต่กำลังสร้างระบบบริหารทรัพยากรที่ครอบคลุมทั้งการแข่งขัน การพัฒนา การปล่อยยืม และมูลค่าทางธุรกิจ
ไม่ใช่การเลือกทายาทเพียงคนเดียว แต่คือการกระจายความเสี่ยง
การวางแผนอนาคตด้วยผู้รักษาประตูดาวรุ่งเพียงคนเดียวมีความเสี่ยงสูง
ผู้เล่นเอาต์ฟิลด์อาจเปลี่ยนตำแหน่งหรือปรับบทบาทเพื่อหาโอกาสลงสนามได้ แต่ผู้รักษาประตูไม่มีพื้นที่สำหรับการประนีประนอม หากยังไม่ดีพอสำหรับตำแหน่งมือหนึ่ง เขาก็มักต้องนั่งสำรองหรือย้ายออกไปเล่นให้สโมสรอื่น
ที่สำคัญ พัฒนาการของผู้รักษาประตูไม่ได้ดำเนินเป็นเส้นตรง บางคนโดดเด่นตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่อาจหยุดพัฒนาเมื่อก้าวเข้าสู่ฟุตบอลชุดใหญ่ ขณะที่บางคนต้องใช้เวลาจนถึงอายุ 23-25 ปี จึงเริ่มแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา
ลิเวอร์พูลจึงไม่สามารถเดิมพันทั้งหมดไว้กับผู้เล่นเพียงคนเดียวได้
การมีผู้รักษาประตูหลายคนในช่วงอายุและระดับพัฒนาการแตกต่างกัน เปรียบเสมือนการสร้าง พอร์ตโฟลิโอ นักเตะ หากหนึ่งคนไม่สามารถขึ้นมาถึงมาตรฐานที่ต้องการ สโมสรยังมีทางเลือกอื่นโดยไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อผู้รักษาประตูด้วยราคาสูงในช่วงเวลาฉุกเฉิน
แต่ละคนไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน
ผู้รักษาประตูดาวรุ่งที่ลิเวอร์พูลคว้าตัวเข้ามาไม่ได้ถูกกำหนดให้แย่งตำแหน่งเดียวกันในทันที
บางคนอาจถูกเตรียมไว้เป็นมือหนึ่งในอนาคต บางคนมีโอกาสพัฒนาเป็นมือสองที่สโมสรไว้วางใจ ขณะที่อีกกลุ่มจะถูกปล่อยยืมเพื่อเพิ่มประสบการณ์ ก่อนประเมินอีกครั้งว่าจะดึงกลับมาใช้งานหรือขายออกไป
อาร์มิน เปชี่ เป็นตัวอย่างของการลงทุนลักษณะนี้ ลิเวอร์พูลคว้าตัวเขามาจากปุสกัส อคาเดเมียด้วยค่าตัวประมาณ 1.5 ล้านปอนด์ ก่อนมีแผนส่งออกไปเก็บประสบการณ์ เพราะการลงเล่นฟุตบอลชุดใหญ่สม่ำเสมอย่อมมีคุณค่ามากกว่าการเฝ้าประตูให้ทีมเยาวชนเพียงอย่างเดียว
ส่วน ฟาเบียน มโรเซ็ค ถูกปล่อยให้เอฟซี ซินซินเนติยืมตัวพร้อมเงื่อนไขซื้อขาด หลังผ่านการลงเล่นให้ทีมชุดอายุไม่เกิน 18, 19 และ 21 ปีของลิเวอร์พูลมาแล้ว นี่สะท้อนว่าเส้นทางการพัฒนาไม่ได้จบลงแค่สองทางระหว่าง ขึ้นชุดใหญ่ กับ ล้มเหลว เท่านั้น
นักเตะบางคนอาจไม่เคยเป็นมือหนึ่งของลิเวอร์พูล แต่ยังสามารถเติบโตเป็นผู้รักษาประตูอาชีพและสร้างรายได้กลับคืนให้สโมสรได้
อะคาเดมี่ไม่ได้ผลิตนักเตะเพื่อชุดใหญ่เพียงอย่างเดียว
ในฟุตบอลยุคปัจจุบัน อะคาเดมี่มีหน้าที่มากกว่าการสร้างผู้เล่น 11 คนแรก
ลิเวอร์พูลต้องผลิตนักเตะสำหรับทีมชุดใหญ่ สร้างตัวสำรองที่ผ่านการฝึกฝนจากสโมสร ส่งผู้เล่นออกไปเก็บประสบการณ์ และสร้างรายได้จากตลาดซื้อขายพร้อมกัน
ตัวอย่างชัดเจนคือ ควีวิน เคลเลเฮอร์ แม้เขาไม่สามารถเบียดอลีสซงขึ้นเป็นมือหนึ่งระยะยาว แต่ช่วงเวลาที่อยู่กับลิเวอร์พูลไม่ได้สูญเปล่า เคลเลเฮอร์ทำหน้าที่มือสองในระดับสูง ลงเล่นในฟุตบอลถ้วย ช่วยทีมคว้าแชมป์ และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นทรัพย์สินสำคัญในตลาด
รายได้จากการขายนักเตะที่ผ่านระบบเยาวชน รวมถึงเคลเลเฮอร์ จาเรลล์ ควอนซาห์ เบน โด๊ค และไทเลอร์ มอร์ตัน ถูกประเมินว่ารวมกันมากกว่า 80 ล้านปอนด์ในช่วงตลาดหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอะคาเดมี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางการเงิน ไม่ใช่เพียงพื้นที่ค้นหานักเตะที่จะลงตัวจริงเท่านั้น
สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู หากลิเวอร์พูลซื้อนักเตะอายุ 17-19 ปีด้วยต้นทุนที่ควบคุมได้ แล้วพัฒนาให้กลายเป็นผู้เล่นระดับแชมเปียนชิพ พรีเมียร์ลีก หรือลีกชั้นนำของยุโรป สโมสรสามารถสร้างกำไรได้ แม้ผู้เล่นคนนั้นจะไม่เคยลงสนามที่แอนฟิลด์เลยก็ตาม
มามาร์ดาชวิลี่ก็ไม่ใช่คำตอบที่ปิดตาย
แม้มามาร์ดาชวิลี่จะถูกมองเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับยุคหลังอลีสซง แต่ฟุตบอลไม่มีการรับประกัน
การเป็นผู้รักษาประตูฝีมือดีไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับลิเวอร์พูลโดยอัตโนมัติ เพราะตำแหน่งนี้ต้องรับแรงกดดันสูง เล่นอยู่หลังแนวรับที่ดันขึ้น และมีส่วนร่วมกับการครองบอลมากกว่าสโมสรทั่วไป
ยิ่งอลีสซงยังรักษามาตรฐานได้ มามาร์ดาชวิลี่ก็ยิ่งต้องเผชิญโจทย์เรื่องโอกาสลงสนาม ขณะเดียวกันลิเวอร์พูลจำเป็นต้องเตรียมทางเลือกสำรองไว้ หากแผนการสืบทอดตำแหน่งไม่ดำเนินไปอย่างที่คาด
อันโดนี่ อิราโอล่า ยืนยันว่าเขายังให้ความสำคัญกับอลีสซง และพอใจกับกลุ่มผู้รักษาประตูที่มีทั้งมามาร์ดาชวิลี่ เฟร็ดดี้ วู้ดแมน และเปชี่อยู่ในระบบ แต่การมีตัวเลือกหลายคนไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องอยู่กับทีมพร้อมกัน ลิเวอร์พูลสามารถใช้การปล่อยยืมเพื่อจัดลำดับเส้นทางของแต่ละคนได้
จุดเสี่ยงคือมีคนมาก แต่ไม่มีใครได้ลงเล่น
อย่างไรก็ตาม นโยบายสะสมผู้รักษาประตูดาวรุ่งจะประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อสโมสรมีแผนพัฒนาที่ชัดเจน
ตำแหน่งนี้ต้องการเกมแข่งขันจริง การมีผู้รักษาประตูพรสวรรค์สูงสี่หรือห้าคนอยู่ในอะคาเดมี่ แต่ทุกคนแบ่งกันลงเล่นเพียงไม่กี่นัด อาจทำให้พัฒนาการหยุดชะงักมากกว่าจะสร้างการแข่งขัน
ลิเวอร์พูลจึงต้องจัดเส้นทางให้เหมาะสม ตั้งแต่ทีมอายุไม่เกิน 18 ปี ทีมอายุไม่เกิน 21 ปี การฝึกซ้อมกับชุดใหญ่ ไปจนถึงการปล่อยยืมในระดับที่ผู้เล่นมีโอกาสเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า มีผู้รักษาประตูมากเกินไปหรือไม่ แต่คือ สโมสรสามารถหาพื้นที่ลงเล่นที่เหมาะสมให้ทุกคนได้หรือไม่
บทสรุปในแง่แท็กติก
ในระบบของอิราโอล่า ผู้รักษาประตูไม่ได้มีหน้าที่เพียงป้องกันลูกยิง แต่ต้องเป็นทั้งจุดเริ่มต้นของการขึ้นเกมและปราการสุดท้ายด้านหลังแนวเพรสซิ่ง
เมื่อลิเวอร์พูลดันแนวรับสูง ผู้รักษาประตูจำเป็นต้องอ่านสถานการณ์และออกมาตัดบอลนอกกรอบเขตโทษ เมื่อคู่แข่งกดดันสูง เขาต้องกล้ารับบอลและจ่ายผ่านแนวเพรส ขณะเดียวกันยังต้องเปิดเกมแนวตั้งได้รวดเร็วเมื่อทีมแย่งบอลคืนมา
ด้วยเหตุนี้ ลิเวอร์พูลจึงไม่ได้ตามหาเพียง คนที่เซฟเก่งที่สุด แต่กำลังคัดกรองผู้รักษาประตูหลายรูปแบบ เพื่อค้นหาคนที่มีทั้งการตัดสินใจ ความนิ่ง การใช้เท้า ความกล้าเล่นในพื้นที่กว้าง และความแข็งแกร่งทางจิตใจเพียงพอสำหรับระบบของทีม
สุดท้ายแล้ว ตำแหน่งมือหนึ่งอาจมีที่ว่างเพียงคนเดียวจริง แต่การค้นหาคนคนนั้นไม่ควรมีผู้สมัครเพียงคนเดียว
การเสริมผู้รักษาประตูดาวรุ่งจำนวนมากจึงไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นการเพิ่มโอกาสให้ลิเวอร์พูลได้ทั้งทายาทของอลีสซง มือสองที่เชื่อถือได้ และสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าในตลาดจากกระบวนการเดียวกัน