การกลับมาโดดเด่นของ โคดี้ กัคโป ในช่วงเริ่มต้นยุค อันโดนี่ อิราโอล่า ไม่ได้เกิดจากเพียงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น หรือการได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่เป็นเพราะระบบใหม่กำลังดึงคุณสมบัติที่ดีที่สุดของแนวรุกชาวดัตช์ออกมาใช้ได้ตรงจุดมากกว่าเดิม
ตลอดช่วงที่ผ่านมา คำถามสำคัญเกี่ยวกับกัคโปคือ ตำแหน่งไหนเหมาะสมกับเขาที่สุด
กัคโปเคยถูกใช้งานทั้งในฐานะปีกซ้าย กองหน้าตัวเป้า หมายเลข 10 และกองหน้าที่ถอยลงมารับบอล แต่การสลับบทบาทบ่อยครั้งทำให้บางช่วงเขาดูเหมือนเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถรอบด้าน ทว่าไม่มีพื้นที่ใดในทีมเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง
ภายใต้การคุมทีมของอิราโอล่า สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่การล็อกกัคโปให้อยู่ตำแหน่งเดียว แต่เป็นการกำหนด หน้าที่ ให้ชัดเจนกว่าเดิม
เขาไม่จำเป็นต้องยืนติดเส้นฝั่งซ้ายตลอดเวลา และไม่ต้องแบกรับหน้าที่เป็นกองหน้าตัวเป้าที่ต้องหันหลังให้ประตู กัคโปได้รับอิสระให้ถอยลงมารับบอล เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ด้านใน หรือสลับออกไปเล่นทางขวาตามสถานการณ์
ความยืดหยุ่นดังกล่าวทำให้คู่แข่งประกบเขาได้ยากขึ้น เพราะกัคโปสามารถเริ่มเกมจากตำแหน่งหนึ่ง ก่อนปรากฏตัวในอีกพื้นที่ตอนที่ลิเวอร์พูลเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย
ระบบแนวตั้งที่เข้ากับธรรมชาติของกัคโป
หัวใจฟุตบอลของอิราโอล่าคือการเล่นไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การกดดันเพื่อแย่งบอลคืน และโจมตีทันทีในช่วงที่โครงสร้างเกมรับของคู่แข่งยังไม่เข้าที่
นี่เป็นสถานการณ์ที่เหมาะกับกัคโปอย่างมาก
เขาไม่ใช่ปีกที่มีจุดเด่นสูงสุดจากการยืนดวลกับฟูลแบ็กริมเส้นแบบหนึ่งต่อหนึ่งตลอดทั้งเกม แต่เป็นผู้เล่นที่อันตรายเมื่อได้รับบอลในพื้นที่ว่าง มีจังหวะพาบอลขึ้นหน้า และสามารถเลือกได้ทั้งจ่ายบอลหรือจบสกอร์ด้วยตัวเอง
สองแอสซิสต์ให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ในเกมชนะอิปสวิช 2-0 แสดงให้เห็นบทบาทนี้อย่างชัดเจน กัคโปรับบอลในตำแหน่งที่ลึกกว่าเดิม ก่อนมองเห็นการเคลื่อนที่ของอิซัคและจ่ายบอลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โดยไม่ปล่อยให้คู่แข่งมีเวลาจัดระเบียบเกมรับ ปัจจุบันกัคโปยังเป็นผู้สร้างโอกาสให้กับทั้งสี่ประตูในลีกของอิซัคฤดูกาลนี้ด้วย
นั่นสะท้อนว่าบทบาทของกัคโปเปลี่ยนจากผู้เล่นที่รอรับบอลเพื่อจบจังหวะ กลายเป็นหนึ่งในตัวเชื่อมสำคัญระหว่างแดนกลางกับกองหน้า
การมีอิซัคช่วยเปิดมิติใหม่
อีกองค์ประกอบที่ทำให้กัคโปเล่นง่ายขึ้นคือการมีอิซัคอยู่ด้านหน้า
อิซัคสามารถวิ่งโจมตีพื้นที่หลังแนวรับ เคลื่อนออกด้านข้าง และดึงเซ็นเตอร์ออกจากตำแหน่ง การเคลื่อนที่เหล่านี้เปิดพื้นที่ให้กัคโปพาบอลเข้าใกล้กรอบเขตโทษ หรือสอดขึ้นมาในช่องว่างที่เกิดขึ้น
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงมีลักษณะเกื้อหนุนกัน อิซัคต้องการผู้เล่นที่มองเห็นจังหวะวิ่งและส่งบอลเร็ว ส่วนกัคโปก็ต้องการกองหน้าที่สามารถเปลี่ยนการจ่ายบอลของเขาให้กลายเป็นโอกาสทำประตูได้ทันที
แทนที่จะต้องฝ่าแนวรับด้วยตัวเอง กัคโปสามารถใช้การเคลื่อนที่ของอิซัคเป็นตัวเลือก แล้วตัดสินใจว่าจะจ่าย พาบอลต่อ หรือเคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งจบสกอร์
ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝั่งซ้าย
อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือ อิราโอล่าไม่ได้ผูกกัคโปไว้กับพื้นที่ถนัดเพียงด้านเดียว
ในเกมบุกชนะบอร์นมัธ 1-0 เขาไปสร้างจังหวะสำคัญจากฝั่งขวา ใช้ความแข็งแกร่งพาบอลผ่านคู่แข่งสองคน ก่อนเปิดเข้าไปจนเกิดประตูชัยของอิซัค
การให้กัคโปสลับฝั่งมีประโยชน์สองด้าน ประการแรกคือช่วยให้ลิเวอร์พูลไม่สามารถถูกคาดเดาได้ง่าย ประการที่สองคือทำให้เจ้าตัวไม่ต้องเจอกับเกมรับที่เตรียมปิดทางตัดเข้าเท้าขวาจากฝั่งซ้ายเพียงรูปแบบเดียว
เมื่อเริ่มจากทางขวา กัคโปสามารถพาบอลไปถึงเส้นหลัง เปิดบอลด้วยเท้าขวา หรือขยับเข้าไปเป็นตัวรุกตรงกลาง ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นหมุนเวียนออกมารักษาความกว้างแทน
การเพรสทำให้เขาได้เล่นใกล้ประตูมากขึ้น
แม้กัคโปจะถูกจดจำจากการยิงประตูและการพาบอล แต่ความขยันในการไล่กดดันคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาเข้ากับฟุตบอลของอิราโอล่า
ลิเวอร์พูลพยายามบีบให้คู่แข่งจ่ายบอลผิดพลาด แล้วโจมตีทันทีหลังแย่งบอลคืนสำเร็จ เกมกับอิปสวิชแสดงให้เห็นว่าหลายจังหวะอันตรายเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนสถานะอย่างรวดเร็ว ขณะที่เกมคาราบาว คัพกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ลิเวอร์พูลก็ได้รับคำชมเรื่องความรวดเร็วและดุดันในการแย่งบอลกลับมา
เมื่อทีมแย่งบอลได้สูง กัคโปไม่จำเป็นต้องเริ่มโจมตีจากระยะไกล เขาจะได้รับบอลใกล้กรอบเขตโทษในจังหวะที่กองหลังยังเสียตำแหน่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้จุดเด่นทั้งการพาบอล การจ่ายทะลุช่อง และการยิงด้วยเท้าขวา
ประตูในเกมชนะท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 3-1 เป็นภาพแทนที่ชัดเจน กัคโปขยับหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ แตะบอลเข้าเท้าขวาแล้วปั่นไปยังเสาไกล เป็นจังหวะจบสกอร์ในแบบที่เขาถนัดที่สุด
บทสรุปเชิงแท็กติก
กัคโปไม่ได้คืนฟอร์มเพราะอิราโอล่าค้นพบตำแหน่งใหม่ให้เขา แต่เพราะค้นพบวิธีใช้คุณสมบัติหลายด้านของเขาภายในระบบเดียวกัน
เขาสามารถเป็นปีกเมื่อลิเวอร์พูลต้องการความกว้าง เป็นตัวเชื่อมเมื่อต้องการพาบอลผ่านแดนกลาง และกลายเป็นกองหน้าคนที่สองเมื่อบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษ โดยมีอิซัคเป็นศูนย์กลางคอยสร้างพื้นที่และเป็นเป้าหมายของการจ่ายบอล
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อคู่แข่งเริ่มตั้งรับต่ำและไม่เปิดพื้นที่ให้ลิเวอร์พูลเล่นเกมเปลี่ยนผ่าน กัคโปจะต้องพิสูจน์ว่าเขาสามารถสร้างความแตกต่างในเกมที่มีพื้นที่จำกัดได้เช่นกัน
หากอิราโอล่ารักษาการหมุนตำแหน่งระหว่างกัคโป อิซัค และผู้เล่นริมเส้นเอาไว้ พร้อมสร้างโครงสร้างป้องกันด้านหลังบอลให้รัดกุม ลิเวอร์พูลจะไม่ได้เพียงกัคโปคนเดิมกลับมา แต่จะได้ผู้เล่นเกมรุกที่สมบูรณ์กว่าเดิมคนที่ไม่ได้รอให้ระบบสร้างโอกาสให้เขาอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนระบบด้วยตัวเอง