บ็อบบี้ คลาร์ก อดีตกองกลางดาวรุ่งของลิเวอร์พูล กำลังจะย้ายทีมแบบถาวรเป็นครั้งที่สองในรอบ 3 ปี หลังใกล้บรรลุข้อตกลงย้ายจาก เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ไปอยู่กับ ดาร์บี เคาน์ตี โดยการย้ายทีมนี้ 'หงส์แดง' ได้รับเงินกลับมาอีกมากกว่า 1 ล้านปอนด์ด้วยจากเงื่อนไขที่ใส่ไว้ตอนที่ขายออกไปครั้งแรก
ตามรายงานของ จอห์น เพอร์ซี จาก เดอะ เทเลกราฟ ระบุว่า กองกลางวัย 21 ปี มีกำหนดเข้ารับการตรวจร่างกายในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ขณะที่ทั้งสองสโมสรอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้ายของดีลมูลค่าประมาณ 6 ล้านปอนด์
แม้คลาร์กจะย้ายออกจากลิเวอร์พูลไปตั้งแต่ปี 2024 แต่ดีลนี้ยังส่งผลดีต่อ "หงส์แดง" โดยตรง
เนื่องจากลิเวอร์พูลได้ใส่เงื่อนไขส่วนแบ่งการขายต่อไว้ที่ 17.5% ตอนปล่อยตัวให้ซัลซ์บวร์ก ทำให้สโมสรจะได้รับเงินกลับมาอีกมากกว่า 1 ล้านปอนด์จากการย้ายทีมครั้งนี้
นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังมีเงื่อนไข "สิทธิ์ซื้อกลับก่อน" อยู่ในสัญญาด้วย
นั่นหมายความว่า หากต้องการดึงคลาร์กกลับมา สโมสรสามารถใช้สิทธิ์เทียบข้อเสนอของดาร์บีได้ทันที
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าโอกาสที่ลิเวอร์พูลจะใช้เงื่อนไขดังกล่าวแทบไม่มีในเวลานี้
คลาร์กย้ายจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มาร่วมทีมลิเวอร์พูลเมื่อปี 2021 ด้วยค่าตัวเพียง 1.5 ล้านปอนด์ ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะขายให้เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์กในปี 2024 ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์ ทำกำไรได้ประมาณ 8.5 ล้านปอนด์
แต่เส้นทางในออสเตรียไม่ราบรื่นนัก
เขาได้ลงสนามเพียง 25 นัด และเป็นตัวจริงแค่ 13 เกมเท่านั้น โดยสถานการณ์ยิ่งยากขึ้นหลัง เป๊ป ลินเดอร์ส อดีตผู้ช่วยของ เยอร์เกน คล็อปป์ ถูกปลดจากตำแหน่งกุนซือกลางฤดูกาลแรกของเขา
ฤดูกาล 2025/26 คลาร์กถูกปล่อยยืมไป ดาร์บี เคาน์ตี และสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันที
เขาลงเล่น 45 นัดในทุกรายการ เป็นตัวจริง 36 เกม ยิง 4 ประตู และทำ 4 แอสซิสต์
ผลงานดังกล่าวทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของดาร์บี ขณะที่ทีมจบอันดับ 8 ในศึกแชมเปียนชิพ
ก่อนเลือกดาร์บี เคาน์ตี คลาร์กได้รับความสนใจจากหลายประเทศ
ดีลของคลาร์กยังสะท้อนแนวทางการบริหารนักเตะดาวรุ่งของลิเวอร์พูลในช่วงหลัง ที่มักใส่เงื่อนไขซื้อกลับและส่วนแบ่งการขายต่อเอาไว้เสมอ
ตัวอย่างสำคัญคือการขาย เบน โด๊ค ให้ บอร์นมัธ ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ในปี 2025 ซึ่งลิเวอร์พูลก็ใส่เงื่อนไขลักษณะเดียวกันเอาไว้เช่นกัน
แม้เส้นทางของบ็อบบี้ คลาร์ก จะไม่ได้ไปถึงทีมชุดใหญ่ลิเวอร์พูลอย่างเต็มตัว แต่ทุกครั้งที่เขาย้ายทีม ลิเวอร์พูลยังคงได้รับผลตอบแทนจากการวางแผนระยะยาวที่ชาญฉลาดของฝ่ายบริหารสโมสร