อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าของลิเวอร์พูล ทำแอสซิสต์ที่สองในเกมฟุตบอลโลก 2026 ที่สวีเดนถล่มตูนิเซีย 5-1 แต่เป็นแอสซิสต์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อเทคโนโลยีตรวจจับการสัมผัสบอลยืนยันว่าเขาแตะบอลเพียงเล็กน้อยก่อนถึงตัวผู้ทำประตู ทำให้จังหวะดังกล่าวถูกนับเป็นการจ่ายบอลจากอิซัค ส่งผลให้สถานะล้ำหน้าเปลี่ยนเป็นไม่ล้ำหน้า และ VAR ยืนยันให้เป็นประตูในที่สุด
ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ทีมชาติสวีเดน เอาชนะ ตูนิเซีย 5-1 ในเกมเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่ม เอฟ
หัวหอกวัย 26 ปี ซึ่งมีฤดูกาลแรกกับลิเวอร์พูลที่ไม่ราบรื่นนักจากปัญหาอาการบาดเจ็บ โชว์ฟอร์มโดดเด่นกับทีมชาติด้วยการยิง 1 ประตูและทำ 2 แอสซิสต์ พาสวีเดนขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่ม เอฟ
อย่างไรก็ตาม แอสซิสต์ที่สองของเขาคือประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
ในจังหวะดังกล่าว มัตเตียส สวานเบิร์ก ลงมาเป็นตัวสำรองและใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จ
ตอนแรกผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า ทำให้ประตูถูกริบคืนทันที
แต่หลังจาก VAR เข้ามาตรวจสอบ เทคโนโลยีใหม่สามารถตรวจจับได้ว่า อิซัค สัมผัสบอลเล็กน้อยระหว่างทางก่อนถึงสวานเบิร์ก
การสัมผัสเพียงเล็กน้อยนั้นทำให้จังหวะล้ำหน้าเปลี่ยนเป็นไม่ล้ำหน้า และประตูได้รับการยืนยันในที่สุด
คีธ แฮ็กเก็ตต์ อดีตหัวหน้าผู้ตัดสินของ สมาคมผู้ตัดสิน หรือ พีจีเอ็มโอแอล และอดีตผู้ตัดสินฟีฟ่า กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า
"น่าทึ่งมากใช่ไหม"
"เราจะเชื่อเทคโนโลยีได้ไหม? ผมคิดว่าเราคงต้องเชื่อ"
"99 ครั้งจาก 100 ครั้ง จังหวะแบบนี้คงถูกตัดสินว่าล้ำหน้า"
"แต่เทคโนโลยีช่วยให้เราได้เห็นว่ามีการสัมผัสบอลจริง"
"ผลลัพธ์คือมันช่วยให้เกิดประตูขึ้นมา"
แฮ็กเก็ตต์ยังมองว่าการใช้เทคโนโลยีลักษณะนี้เป็นเรื่องดี เพราะช่วยให้ประตูที่ถูกต้องได้รับการรับรอง แทนที่จะถูกยกเลิกโดยความคลาดเคลื่อนของสายตา
สำหรับวิธีการทำงานนั้น ลูกฟุตบอลอาดิดาสที่ใช้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้มีชิปอิเล็กทรอนิกส์ฝังอยู่ภายใน สามารถตรวจจับการสัมผัสบอลได้อย่างแม่นยำในระดับเสี้ยววินาที
แม้การสัมผัสของอิซัคจะเบามากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ชิปภายในลูกบอลสามารถบันทึกข้อมูลได้ ทำให้ VAR ทราบว่าเกิดการเปลี่ยนจังหวะการเล่นขึ้นจริง
ส่งผลให้ สวานเบิร์ก ซึ่งเดิมอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าตอนลูกฟรีคิกแรก ถูกตัดสินว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหลังจากอิซัคแตะบอล และประตูจึงถูกยืนยัน
นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการใช้เทคโนโลยี เซมิ-ออโต้ และระบบตรวจจับการสัมผัสบอลในฟุตบอลโลก 2026 ที่ช่วยให้การตัดสินแม่นยำมากขึ้น และครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อสวีเดนอย่างเต็ม ๆ