เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันทีมขาวดัตช์ยอมรับว่าเกมที่ลิเวอร์พูลพ่ายต่อ แมนฯ ซิตี้ 1-2 นั้น 'หงส์แดง' เล่นได้ไม่ดีพอในครึ่งแรก แม้ครึ่งหลังจะยกระดับขึ้นมา โดยชี้ว่าช่วงสกอร์เสมอทั้งสองทีมมีโอกาสชนะ แต่การเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ไม่เคยเป็นงานง่าย และจุดโทษคือจุดเปลี่ยนที่ตัดสินเกม พร้อมย้ำว่าทีมต้องโทษตัวเองและหันไปโฟกัสเกมถัดไปกับ ซันเดอร์แลนด์
ย้อนกลับไปในเกมดังกล่าว ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายออกนำก่อน 1-0 จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ โดมินิค โซโบซไล ในนาทีที่ 74
อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ยอมแพ้ ก่อนเร่งเครื่องยิงสองประตูรวดจาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา นาทีที่ 84 และจุดโทษของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ในช่วงทดเวลานาทีที่ 90+3 พลิกสถานการณ์บุกคว้าชัยไปอย่างสุดระทึก
นอกจากนี้ เจ้าบ้านยังต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงทดเวลานาทีที่ 90+10 หลังโซโบซไลไปดึงฮาลันด์จนถูกไล่ออกจากสนาม
ล่าสุด ฟาน ไดค์ ออกมาเปิดใจถึงความพ่ายแพ้ในเกมนี้ว่า
ครึ่งแรกเราทำได้ไม่ดีพอ แม้ว่าในครึ่งหลังจะยกระดับฟอร์มขึ้นมาได้
ตอนที่สกอร์ยังเสมอกัน ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะ แต่คุณไม่สามารถควบคุมเกมได้ตลอดเวลา
การเจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีเกมไหนที่เล่นง่าย หรือเล่นได้แบบสบาย ๆ และสุดท้ายจุดโทษก็เป็นจังหวะที่ตัดสินเกมนี้
เราทำได้แค่โทษตัวเอง และต้องโฟกัสไปที่เกมถัดไปกับ ซันเดอร์แลนด์ ฟานไดค์ กล่าวทิ้งท้าย