หลังโชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงใส่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด อูโก้ เอกิติเก้ กลายเป็นจุดสนใจอีกครั้ง และหนึ่งในคนที่ประทับใจอย่างมากคือ เดวิด เจมส์ อดีตจอมหนึบของลิเวอร์พูลที่ยกให้ดาวยิงชาวฝรั่งเศสมีการทำประตูที่คาดเดาไม่เหมือน เสมือนฝันร้ายของเหล่าผู้รักษาประตู
ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสเหมาคนเดียวสองประตูอย่างรวดเร็ว พา ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม นิวคาสเซิ่ล 4-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมเพิ่มสถิติยิงรวมเป็น 15 ประตูในฤดูกาลนี้ และกำลังถูกยกให้เป็นหนึ่งในดีลแนวรุกที่ดีที่สุดของ หงส์แดง ในรอบหลายปี
เจมส์ ซึ่งลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเกือบ 600 นัด รวมถึง 214 นัดกับลิเวอร์พูล และเคยเผชิญหน้ากองหน้าระดับท็อปมานับไม่ถ้วน มองว่า เอกิติเก้ คือฝันร้ายของผู้รักษาประตูอย่างแท้จริง โดยเฉพาะจากความไม่สามารถคาดเดาทิศทางการจบสกอร์ได้
อดีตนายทวารทีมชาติอังกฤษ ให้ความเห็นหลังเกมว่า
ในมุมของผู้รักษาประตู คุณจำเป็นต้องมีเพื่อนร่วมทีมที่ยิงในลักษณะแบบนี้ เพื่อให้คุณได้ซ้อมรับมือกันบ่อยๆ นิค โป๊ป ไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะโดนยิงแบบนั้น ดูจากท่าทางการพยายามเซฟได้ชัดเจนว่าเขาไม่ทันตั้งตัว
ตรงนี้ผมจึงให้ความเห็นใจแนวรับนิดหน่อย เพราะอาจคิดว่าเขาจะยิงด้วยเท้าซ้าย และโป๊ปก็อยู่ในตำแหน่งพร้อมบล็อกแล้ว แต่สุดท้ายกลับใช้นอกเท้าขวา มันคือการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมมาก
ความคาดเดายากนี่เองที่ทำให้คู่แข่งเจองานหนัก ตลอดเวลาเพียง 6 เดือนกับลิเวอร์พูล เอกิติเก้แสดงให้เห็นคลังแสงการทำประตูที่หลากหลาย ไม่ว่าจะยิงด้วยซ้าย ขวา ลูกชิพ หรือจังหวะเฉียบคมในพื้นที่แคบ
และไม่ใช่แค่การจบสกอร์เท่านั้นที่ยากจะคาดเดา การพาบอล การจ่าย และการเล่นในพื้นที่จำกัดของเขาก็อยู่ในระดับสูงมาก จนถูกมองว่าเป็นกองหน้าสมัยใหม่ที่ครบเครื่องอย่างแท้จริง
บทบาทริมเส้น-ทางเลือกในอนาคต
หนึ่งในเหตุผลที่ทีมงานสรรหานักเตะของลิเวอร์พูลเลือก เอกิติเก้ คือความสามารถในการเล่นริมเส้นได้ โดยเฉพาะฝั่งซ้าย แม้ฟอร์มในบทบาทกองหน้าตัวเป้าจะโดดเด่นจนแทบไม่จำเป็นต้องขยับตำแหน่งแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ยังต้องไม่ลืมว่า อเล็กซานเดอร์ อิซัค กำลังรอคัมแบ็กจากอาการบาดเจ็บ และในฐานะสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสร เจ้าตัวย่อมต้องการตำแหน่งตัวจริงเมื่อกลับมาฟิตสมบูรณ์
ในสถานการณ์ปัจจุบัน เอกิติเก้ทำผลงานได้เหนือกว่า และสมควรยึดตำแหน่งในทีมต่อไป แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่ไหลออกซ้ายบ่อยครั้ง ก็ไม่ต่างจากบทบาทที่อิซัคเคยทำกับนิวคาสเซิ่ล
ท้ายที่สุด ต่อให้ฟอร์มของหัวหอกฝรั่งเศสจะยอดเยี่ยมเพียงใด การปรับแท็กติกเพื่อดึงศักยภาพของทั้งสองคนมาใช้งานร่วมกันในช่วงหลังฤดูกาล อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ลิเวอร์พูลดึงศักยภาพสูงสุดของขุมกำลังชุดนี้ออกมาได้อย่างแท้จริง