คีธ แฮ็คเก็ตต์ อดีตหัวหน้าผู้ตัดสินอังกฤษ แสดงความประหลาดใจที่ เอ็มมานูเอล เอเมก้า กองหน้าเชลซี ไม่ถูกลงโทษจากจังหวะวิ่งเข้าชนและผลัก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันทีมลิเวอร์พูลจนล้ม ทั้งที่บอลอยู่ห่างออกไป ในเกมคาราบาว คัพ รอบสี่ โดยมองว่าสมควรเป็นใบเหลืองและอาจทำให้ผู้เล่นทั้งสองทีมเข้ามาปะทะกันได้
เกมที่แอนฟิลด์มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นหลังทั้งสองฝ่ายได้ประตูจากจุดโทษ โดย มอร์แกน โรเจอร์ส ยิงให้เชลซีนำ ก่อน โคดี้ กัคโป ตีเสมอให้หงส์เป็น 1-1
ช่วงท้ายเกม เอเมก้าที่ลงมาเป็นตัวสำรองวิ่งเข้าปะทะฟาน ไดค์จนกองหลังร่วมชาติเนเธอร์แลนด์ล้มลง แม้บอลไม่ได้อยู่ใกล้ตัวกัปตันหงส์ในเวลานั้น แต่ผู้ตัดสินกลับไม่ได้ลงโทษ ขณะที่ฟาน ไดค์เลือกควบคุมอารมณ์และไม่ทำให้เหตุการณ์บานปลาย
แฮ็คเก็ตต์กล่าวกับฟุตบอล อินไซเดอร์ว่า ฟาน ไดค์มีเหตุผลเต็มที่ที่จะไม่พอใจทั้งคู่แข่งและการตัดสินในจังหวะดังกล่าว
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์มีสิทธิ์ที่จะหงุดหงิดกับผู้ตัดสินและคู่แข่ง ผู้ตัดสินไม่ได้ดำเนินการอะไรกับการวิ่งเข้าหาและผลักอย่างก้าวร้าว ซึ่งเข้าข่ายการเล่นโดยไม่คำนึงถึงอันตราย
ฟาน ไดค์ล้มลงไปกับพื้น นักเตะคนนี้จึงโชคดีมากที่ไม่ได้รับใบเหลือง ผู้ตัดสินทำหน้าที่โดยรวมได้พอใช้ แต่จังหวะนี้ควรทำได้ดีกว่านี้
อดีตหัวหน้าผู้ตัดสินยังเตือนว่า การปล่อยเหตุการณ์ลักษณะนี้ผ่านไปอาจนำไปสู่ความวุ่นวายระหว่างผู้เล่นได้
มันอาจทำให้ผู้เล่นทั้งสองทีมกรูกันเข้ามามีเรื่องได้ง่าย ๆ ผมทั้งประหลาดใจและผิดหวังที่นักเตะเชลซีไม่ได้รับใบเหลือง
ด้านฟาน ไดค์ยอมรับหลังเกมว่า เขาไม่เข้าใจเช่นกันว่าอะไรทำให้เอเมก้าเลือกเข้าปะทะในลักษณะนั้น พร้อมตอบเชิงเหน็บถึงโอกาสในทีมชาติของกองหน้ารุ่นน้อง
ไปถามเขาดูสิ ผมไม่รู้ บางทีเขาอาจกำลังพยายามติดทีมชาติ และเลือกใช้วิธีนี้ก็ได้ ผมไม่รู้ คุณต้องถามเขา ถ้าเขาเดินผ่านมาก็ลองถามดู
ท้ายที่สุด ฟาน ไดค์ไม่ได้ตอบโต้จนเกิดปัญหาเพิ่มเติม และหงส์เป็นฝ่ายผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยการดวลจุดโทษ หลังเสมอกันในเวลา 90 นาที