ริโอ เอ็นกูโมฮา ปีกดาวรุ่งวัยแค่ 17 ปีจากลิเวอร์พูลกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก หลังได้ลงประเดิมสนามให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะนิวซีแลนด์ 1-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา แถมยังได้รับเลือกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมทช์ ด้วย
ในเกมดังกล่าว โธมัส ทูเคิล ตัดสินใจส่งเอ็นกูโมฮาลงสนามแทน โอลลี่ วัตกินส์ ช่วงครึ่งหลัง หลังอังกฤษขึ้นนำจากประตูโหม่งของ แฮร์รี่ เคน ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการคว้าชัย
แม้เดิมทีแข้งวัย 17 ปีจะถูกเรียกเข้ามาเพียงเพื่อร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดฟุตบอลโลก แต่การได้รับโอกาสลงสนามจริง ทำให้เกิดกระแสว่าเขาอาจยังมีลุ้นติดทีมไปลุยเวิลด์คัพ หากมีผู้เล่นในชุดสุดท้ายได้รับบาดเจ็บก่อนการแข่งขันเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม ตามกฎของฟีฟ่า แต่ละชาติสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้เฉพาะกรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยก่อนเกมนัดแรกไม่เกิน 24 ชั่วโมง และนักเตะที่จะถูกเรียกแทนต้องมีชื่ออยู่ในลิสต์เบื้องต้นที่ส่งให้ฟีฟ่าเท่านั้น ซึ่งอังกฤษไม่ได้เปิดเผยรายชื่อดังกล่าวต่อสาธารณะ จึงยังไม่แน่ชัดว่าเอ็นกูโมฮามีชื่ออยู่หรือไม่
ทูเคิลเคยอธิบายถึงเหตุผลที่ดึงบรรดาดาวรุ่งเข้ามาร่วมแคมป์ว่า
"เราจะพาผู้เล่นดาวรุ่งบางคนมาร่วมซ้อมกับทีม เพื่อให้เรามีขนาดทีมที่เหมาะสม และสามารถบริหารเวลาลงเล่นรวมถึงภาระการใช้งานนักเตะในเกมอุ่นเครื่องทั้งสองนัดได้"
สำหรับเอ็นกูโมฮา เจ้าตัวก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลอย่างรวดเร็วในฤดูกาล 2025/26 โดยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไป 19 นัด เป็นตัวจริง 5 เกม ทำได้ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ จากเวลาลงสนามรวม 560 นาที รวมถึงมีโอกาสลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกอีก 4 นัดด้วย
เวลานี้ โอกาสไปฟุตบอลโลกของเจ้าหนูวัย 17 ปี ยังขึ้นอยู่กับสภาพความฟิตของแนวรุกชุดหลักของอังกฤษ โดยตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้ายที่ แอนโธนี่ กอร์ดอน และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยังคงเป็นตัวเลือกหลักของทูเคิล