อันโดนี่ อิราโอล่า เฮดโค้ชของลิเวอร์พูล ยืนยันว่าปรัชญาการทำทีมของเขายึดหลัก "ทีมต้องมาก่อน" พร้อมอธิบายว่านี่คือเอกลักษณ์ของฟุตบอลสเปนที่ทำให้โค้ชชาวสเปนประสบความสำเร็จในเวทีระดับสูง
เมื่อถูกถามถึงการที่กุนซือชาวบาสก์อย่าง มิเกล อาร์เตต้า, ชาบี อลอนโซ่ และตัวเขาเอง ต่างก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จในฐานะผู้จัดการทีม อิราโอล่ากล่าวว่า
"พวกเขาถามผมบ่อยๆ ว่าทำไมผู้จัดการทีมชาวบาสก์จำนวนมากถึงประสบความสำเร็จ และทำไมทีมจากสเปนถึงคว้าแชมป์ได้มากมาย"
"ผมมักจะบอกว่าความรู้สึกของการเป็นทีมสำคัญมาก สเปนอาจไม่มีนักกีฬาที่เก่งที่สุดในประเภทเดี่ยว แต่ในกีฬาประเภททีมอย่างฟุตบอล บาสเกตบอล แฮนด์บอล หรือฮอกกี้ เราทำได้ดีเสมอ เพราะเราให้ความสำคัญกับทีมเป็นอันดับแรก"
อิราโอล่ายังยกตัวอย่าง โรดรี้ กองกลางทีมชาติสเปนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่ออธิบายแนวคิดนี้
"โรดรี้ไม่ได้ทำประตูหรือแอสซิสต์มากมาย แต่เขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์โลก และยังได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ การให้ความสำคัญกับทีมเป็นอันดับแรกถูกปลูกฝังอยู่ในวิธีคิดของเรา"
กุนซือวัย 44 ปี ยังเปิดเผยว่า เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ คือบุคคลสำคัญที่หล่อหลอมแนวทางการคุมทีมของเขา
"ผมเรียนรู้จากเขามากมาย เขามีสามัญสำนึก ไม่เคยทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เข้าใจนักเตะ และปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือตัวสำรอง"
อิราโอล่ายังพูดถึงความแตกต่างระหว่างฟุตบอลสเปนกับอังกฤษ โดยยอมรับว่าช่วงแรกที่มาคุมทีมในพรีเมียร์ลีก เขาไม่รู้ว่าผู้จัดการทีมควรเดินไปขอบคุณแฟนบอลหลังจบเกม
"ในสเปน เราปล่อยให้ผู้เล่นเป็นคนรับเสียงปรบมือ เพราะพวกเขาคือคนที่ลงสนาม แต่ในอังกฤษ ผู้จัดการทีมก็เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลานั้น ผมต้องเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่"
แม้จะก้าวขึ้นมาคุมหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่อิราโอล่ายังคงย้ำว่าผู้เล่นคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ
"เราเป็นแค่ผู้ช่วยของนักเตะ พวกเขาคือคนสำคัญที่สุด และพวกเขาเท่านั้นที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ"
สำหรับเป้าหมายกับลิเวอร์พูล อิราโอล่าไม่ได้พูดถึงถ้วยรางวัล แต่เน้นการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีเอกลักษณ์
"ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง เป็นทีมที่เอาชนะได้ยาก หากเราทำได้ ผมเชื่อว่าความสำเร็จจะตามมา"
"ผมอยากให้แฟนบอลรู้สึกผูกพันกับทีมที่เห็นในสนาม ไม่ใช่แค่การทำประตูสวยๆ แต่รวมถึงการวิ่ง การไล่บอล การแย่งบอล และการต่อสู้จนวินาทีสุดท้าย"
พร้อมทิ้งท้ายว่า
"สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลงานในสนาม ไม่ว่าผมจะพูดดีแค่ไหน ผู้คนก็แค่อยากเห็นทีมเล่นดีและมีผลการแข่งขันที่ดี นั่นคือ 90% ของหน้าที่ผม"