การจากไปของ 'เควิน คีแกน' ในวัย 75 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลโลก เพราะเขาคือหนึ่งในนักเตะอังกฤษที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาล และเป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 2 สมัยติดต่อกัน นี่คือประวัติและเส้นทางชีวิตของหนึ่งในตำนานลูกหนังผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ
คีแกน สร้างชื่อจนกลายเป็นขวัญใจแฟนบอล นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับ ลิเวอร์พูล รวมถึงสร้างชื่อในเยอรมนีกับ ฮัมบูร์ก ก่อนก้าวสู่เส้นทางผู้จัดการทีมที่น่าจดจำ
แม้เจ้าตัวจะเคยยอมรับว่าไม่ได้มีพรสวรรค์เหนือกว่านักเตะระดับโลกหลายคน แต่ความมุ่งมั่นและการทำงานหนักคือสิ่งที่ผลักดันให้เขากลายเป็นตำนาน
"มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ เมื่อผมมองดูรายชื่อคนที่เคยได้บัลลงดอร์อย่าง มิเชล พลาตินี หรือ โยฮัน ครัฟฟ์ แล้วเห็นชื่อของผมอยู่ตรงนั้นถึงสองครั้ง"
คีแกน เกิดเมื่อปี 1951 ในหมู่บ้านอาร์มธอร์ป แคว้นยอร์กเชียร์ เป็นลูกชายของคนงานเหมือง ช่วงวัยรุ่นเขาเคยถูก ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส และ โคเวนทรี ซิตี้ ปฏิเสธ ก่อนจะได้รับโอกาสจาก สคันธอร์ป ยูไนเต็ด ในปี 1968
เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายที่เล็กกว่าคู่แข่ง คีแกน ถึงขั้นวิ่งขึ้นลงอัฒจันทร์พร้อมถือดัมเบลฝึกความแข็งแรง ก่อนฟอร์มจะไปเข้าตา บิลล์ แชงคลีย์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ที่ดึงตัวไปร่วมทีมในปี 1971 พร้อมปรับตำแหน่งจากกองกลางมาเป็นกองหน้า
เขาใช้เวลาเพียง 12 นาทีในการยิงประตูแรกให้ลิเวอร์พูลในเกมเปิดตัวพบ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และสร้างคู่หูอันโด่งดังร่วมกับ จอห์น โตแช็ก
คีแกน พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสูงสุดและยูฟ่าคัพในปี 1973 ตามด้วยเอฟเอ คัพในปี 1974 ก่อนพาทีมคว้าแชมป์ลีกอีกครั้งและยูฟ่าคัพในปี 1976
ก่อนเริ่มฤดูกาล 1976/77 เขาสร้างความตกใจให้แฟนบอลด้วยการประกาศว่าจะอำลาสโมสรหลังจบฤดูกาล แต่ก็ปิดฉากได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสมัยที่สาม และเอาชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3-1 คว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ สมัยแรกของสโมสร
หลังจากนั้น คีแกน ย้ายไป ฮัมบูร์ก ด้วยค่าตัวมหาศาลในยุคนั้น แม้จะสูงเพียง 170 เซนติเมตร แต่ความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศทำให้แฟนบอลตั้งฉายาให้ว่า "ไมตี้ เมาส์"
เขาพาฮัมบูร์กคว้าแชมป์บุนเดสลีกาในปี 1979 และทะลุเข้าชิงยูโรเปียน คัพ ปี 1980 พร้อมกับคว้ารางวัลบัลลงดอร์ติดต่อกันในปี 1978 และ 1979 กลายเป็นนักเตะอังกฤษเพียงคนเดียวที่ทำได้
ในนามทีมชาติอังกฤษ คีแกน ลงสนาม 63 นัด และสวมปลอกแขนกัปตันมากกว่า 30 ครั้ง แม้ฟุตบอลโลกปี 1982 จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่น่าผิดหวังจากอาการบาดเจ็บ
ช่วงปลายอาชีพ เขาย้ายไป เซาแธมป์ตัน ก่อนปิดฉากการค้าแข้งกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในปี 1984 พร้อมพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด และเริ่มต้นความผูกพันอันแน่นแฟ้นกับแฟนบอล "สาลิกาดง"
ปี 1992 คีแกน กลับสู่ นิวคาสเซิล ในฐานะผู้จัดการทีม แม้ไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมมาก่อน แต่เขาพาสโมสรคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งและเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในปี 1993
ทีมของเขาเล่นฟุตบอลเกมรุกเร้าใจจนได้รับฉายา 'ทีมจอมเอนเตอร์เทน' และเกือบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1995/96 หลังเคยนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 12 คะแนน
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลและแฟนบอลทั่วโลกต่างจดจำอีกหนึ่งช่วงเวลาคลาสสิก เมื่อ คีแกน ระเบิดอารมณ์ผ่านหน้าสื่อถึง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ด้วยประโยคอันโด่งดัง
"ผมอยากให้เราเอาชนะพวกเขาได้จริง ๆ"
ท้ายที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกแซงคว้าแชมป์ และ คีแกน ลาออกจากตำแหน่งในเดือนมกราคม ปี 1997 พร้อมกล่าวว่า
"ผมพาสโมสรมาได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว"
ต่อมาเขาพา ฟูแลม เลื่อนชั้น ก่อนรับงานคุมทีมชาติอังกฤษ แต่ดำรงตำแหน่งเพียง 20 เดือน หลังทีมตกรอบแบ่งกลุ่มยูโร 2000
คีแกน อธิบายถึงการทำงานกับทีมชาติว่า
"ผมไม่ชอบมัน ผมชอบการสร้างทีมทุกวันกับนักเตะ หลายคนบอกว่าผมไม่เก่งแท็กติก แต่คุณจะวางแท็กติกได้อย่างไร หากไม่ได้ทำงานกับนักเตะทุกวัน"
หลังจากนั้น เขาคุม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระหว่างปี 2001-2005 พาทีมคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่ง ก่อนกลับไปคุม นิวคาสเซิล อีกครั้งในปี 2008 แต่ลาออกภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีจากความขัดแย้งกับเจ้าของสโมสร ไมค์ แอชลีย์
แม้ช่วงท้ายของเส้นทางอาชีพจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ชื่อของ เควิน คีแกน จะยังคงถูกจดจำในฐานะหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ ลิเวอร์พูล, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และวงการฟุตบอลอังกฤษตลอดไป