รูเบน ดิอาส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงปกป้องการฉลองชัยชนะของเพื่อนร่วมทีม หลังถูกวิจารณ์ว่าแสดงความดีใจมากเกินไปในเกมบุกชนะลิเวอร์พูล 3-0 ที่แอนฟิลด์ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าการเอาชนะคู่ปรับสำคัญในสนามแห่งนี้มีความหมายอย่างมาก และนักเตะมีสิทธิ์เฉลิมฉลองตามความรู้สึกของตัวเอง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินทางมาเยือนแอนฟิลด์ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเกี่ยวกับคดีละเมิดกฎการเงินพรีเมียร์ลีก 114 ข้อหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่วงฤดูกาล 2009/10 ถึง 2017/18 และกลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างแฟนบอลทั้งสองสโมสร
เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูลสามารถต้านทานทีมเยือนได้ในช่วงแรก ก่อนที่ ไรอัน กราเฟนแบร์ก จะถูกใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงในครึ่งหลัง ทำให้เจ้าถิ่นเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน
หลังจากนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาศัยความได้เปรียบยิงสามประตูรวด พร้อมคว้าชัยชนะ 3-0 ท่ามกลางการเฉลิมฉลองอย่างคึกคักของนักเตะและแฟนบอลทีมเยือน ซึ่งยังคงดำเนินต่อเนื่องหลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม การแสดงความดีใจดังกล่าวถูกวิจารณ์จากบางฝ่ายว่าเกินความเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญอยู่นอกสนาม
ก่อนหน้านี้ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าลูกทีมฉลองชัยชนะมากเกินไป โดยมองว่าการบุกเอาชนะคู่ปรับสำคัญอย่างลิเวอร์พูลเป็นความสำเร็จที่สมควรได้รับการเฉลิมฉลอง
ล่าสุด ดิอาส ออกมายืนยันว่าเห็นด้วยกับมุมมองของกุนซืออย่างเต็มที่ และไม่คิดว่านักเตะจำเป็นต้องลดระดับการแสดงความดีใจลงเพียงเพราะมีเสียงวิจารณ์
ผมเห็นด้วยอย่างมากกับสิ่งที่ผู้จัดการทีมพูด การบุกมาชนะที่แอนฟิลด์ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูกาลหรือท้ายฤดูกาล เราก็จะมีความสุขกับมันมากพอๆ กัน
เราจะเฉลิมฉลองตามความรู้สึกของเราในช่วงเวลานั้น และแน่นอนว่าการแสดงออกเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นว่าชัยชนะครั้งนี้มีความหมายกับพวกเรามากแค่ไหน
คำพูดของ ดิอาส สะท้อนจุดยืนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มองว่าการเฉลิมฉลองเป็นเรื่องปกติของการแข่งขันฟุตบอล โดยเฉพาะการคว้าชัยชนะในเกมใหญ่ที่แอนฟิลด์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสนามที่ทีมเยือนต้องเผชิญความกดดันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของพรีเมียร์ลีก
ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องพบกับความผิดหวังจากการพ่ายแพ้คาบ้านและประเด็นใบแดงของ กราเฟนแบร์ก ฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงยืนยันว่าพวกเขามีสิทธิ์เต็มที่ในการแสดงความยินดีกับผลงานในสนาม แม้จะมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับสโมสรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม