เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ออกโรงวิจารณ์ ฟลอเรียน เวียตซ์ อย่างหนัก หลังทำผลงานน่าผิดหวังในเกมที่ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟิลด์พ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้ อันโดนี่ อิราโอล่า พิจารณาดร็อปกองกลางทีมชาติเยอรมนีเป็นตัวสำรอง
เวียตซ์ ซึ่งย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวมหาศาลเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2025 ยังคงประสบปัญหาในการเค้นฟอร์มเก่งออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่เจ้าตัวแทบไม่มีบทบาทในการสร้างสรรค์เกมรุก ก่อนลิเวอร์พูลจะพ่ายแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาล
คาร์ราเกอร์ ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์ให้กับ สกาย สปอร์ตส์ มองว่าผลงานของดาวเตะวัย 23 ปียังห่างไกลจากความคาดหวัง และถึงเวลาแล้วที่ทีมต้องตัดสินใจโดยพิจารณาจากฟอร์มการเล่นมากกว่าค่าตัวของนักเตะ
ลิเวอร์พูลทุ่มเงินมหาศาล แต่กลับไม่ได้ผลงานที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ควรจะได้รับเลย คาร์ราเกอร์ กล่าว
อดีตแนวรับทีมชาติอังกฤษยังเปรียบเทียบผลงานของ เวียตซ์ กับนักเตะดาวรุ่งในทีมอย่าง ลูอิส คูมาส และ บิคตอร์ มูนญอซ ซึ่งเขามองว่ากลับทำผลงานได้ดีกว่าแข้งค่าตัวระดับ 100 ล้านปอนด์เสียอีก
ลูอิส คูมาส กับ บิคตอร์ มูนญอซ ยังทำผลงานได้ดีกว่านักเตะค่าตัว 100 ล้านปอนด์เสียอีก แบบนี้มันไม่ถูกต้องแล้ว มันไม่ควรเป็นแบบนี้เลย
นอกจากนี้ คาร์ราเกอร์ ยังตั้งคำถามถึงการจัดตัวผู้เล่นของ อิราโอล่า โดยมองว่า เวียตซ์ ไม่ควรได้รับโอกาสลงสนามก่อน ไรอัน กราเฟนแบร์ก แม้ทั้งสองคนจะมีบทบาทและตำแหน่งการเล่นแตกต่างกันก็ตาม
ไม่มีทางที่ ฟลอเรียน เวียตซ์ ควรได้ลงเล่นก่อน ไรอัน กราเฟนแบร์ก
ผมเข้าใจว่าทั้งคู่เล่นคนละตำแหน่งกัน แต่สิ่งที่ เวียตซ์ มอบให้ลิเวอร์พูลในตอนนี้ ยังห่างไกลจากคำว่าดีพออยู่มาก
คำวิจารณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังลิเวอร์พูลพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 โดยเกมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเมื่อ กราเฟนแบร์ก ถูกใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงในนาที 62 ก่อนทีมเยือนจะยิงสามประตูรวด
แม้การเหลือผู้เล่น 10 คนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลเสียเปรียบ แต่ คาร์ราเกอร์ มองว่าปัญหาฟอร์มการเล่นของ เวียตซ์ เป็นเรื่องที่ทีมจำเป็นต้องพิจารณาอย่างจริงจัง
สำหรับ เวียตซ์ ความกดดันกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หลังยังไม่สามารถแสดงศักยภาพได้สมกับความคาดหวังนับตั้งแต่ย้ายมาจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ขณะที่ อิราโอล่า ต้องหาทางยกระดับเกมรุกของลิเวอร์พูลให้กลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง หลังทีมเสียสถิติไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้