อันโดนี่ อิราโอล่า ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังเส้นทางอาชีพโค้ช แนวคิดในการบริหารนักเตะ และกฎพิเศษที่ใช้กับทีมงานของตัวเอง ระหว่างการพูดคุยกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า อดีตกองกลางลิเวอร์พูล โดยยอมรับว่าในช่วงแรกเขาไม่เคยมั่นใจด้วยซ้ำว่าจะประสบความสำเร็จในอาชีพผู้จัดการทีม
กุนซือชาวสเปนวัย 44 ปี ซึ่งพาลิเวอร์พูลออกสตาร์ตฤดูกาล 2026/27 โดยยังไม่แพ้ใคร และเก็บชัยชนะไปแล้ว 4 นัด ได้พูดคุยกับ ติอาโก้ ถึงประสบการณ์ทั้งในฐานะนักฟุตบอลและผู้จัดการทีม รวมถึงชีวิตการทำงานที่แอนฟิลด์
โดยมี 5 ประเด็นน่าสนใจจากบทสัมภาษณ์ดังกล่าว
1. ไม่เคยมั่นใจว่าจะเป็นโค้ช แต่ความล้มเหลวทำให้พัฒนา
อิราโอล่า ยอมรับว่าในช่วงปลายอาชีพนักฟุตบอลราวกลางทศวรรษ 2010 เขายังไม่แน่ใจว่าต้องการก้าวเข้าสู่อาชีพผู้จัดการทีมจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ความไม่มั่นใจดังกล่าวกลับกลายเป็นข้อดี เพราะทำให้เขาพร้อมยอมรับความผิดพลาดและเรียนรู้จากความล้มเหลว
ตอนนั้นผมไม่ได้มั่นใจเลยว่าตัวเองอยากเป็นโค้ช ผมอยากลองดู แต่ไม่ได้เชื่อมั่นเต็มร้อย
ผมคิดว่านั่นกลับเป็นประโยชน์ เพราะผมเตรียมใจไว้แล้วว่าจะทำผิดพลาด ผมแทบจะคาดหวังด้วยซ้ำว่าตัวเองอาจล้มเหลว แล้วบอกว่า โอเค ผมลองแล้ว แต่ผมอาจชอบทำอย่างอื่นมากกว่า
แต่เมื่อคุณได้ทำงานทุกวัน มันทำให้คุณอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
อิราโอล่า ยังอธิบายว่าเส้นทางอาชีพโค้ชของเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง แม้ภายนอกอาจดูเหมือนเป็นเช่นนั้น
ตอนนี้เพราะผมมาอยู่ลิเวอร์พูล หลายคนอาจคิดว่าเส้นทางของผมมีแต่ก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ความจริงไม่ใช่เลย
ถ้ามองภาพรวมอาจเป็นแบบนั้น แต่ระหว่างทางมันมีทั้งขึ้นและลงสลับกันตลอด
ช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้นต่างหากที่ทำให้คุณเรียนรู้ และเมื่อเจอสถานการณ์แบบเดิมอีกครั้ง คุณก็จะรับมือได้ดีขึ้น จากนั้นจึงค่อยๆ พัฒนาและรับความท้าทายที่ยากขึ้น
ลองถามผู้จัดการทีมคนไหนก็ได้ แม้แต่คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ก็ต้องเคยมีช่วงเวลาที่คิดว่างานนี้อาจไม่เหมาะกับตัวเองอย่างแน่นอน
2. ชัยชนะไม่ได้เป็นของนักเตะเท่านั้น แต่เป็นของทุกคนในสโมสร
อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจของ อิราโอล่า คือการให้ความสำคัญกับบุคลากรเบื้องหลังของลิเวอร์พูล ซึ่งมีส่วนช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ แม้จะไม่ได้รับการยกย่องจากภายนอกมากนัก
กุนซือชาวสเปนยอมรับว่า หนึ่งในความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเป็นผู้จัดการทีมคือการได้เห็นทุกคนภายในสโมสรมีความสุขกับชัยชนะ
หลายครั้งเวลาที่เราชนะการแข่งขัน ผมคิดว่าคนที่ทำงานร่วมกับเราอยู่ที่นี่ไม่ได้รับการยอมรับมากเท่าที่ควร
ไม่ว่าจะเป็นคนในครัว คนที่ทำงานในห้องซักรีด หรือคนที่ช่วยดูแลรองเท้าสตั๊ดให้เรา
เมื่อคุณเห็นว่าพวกเขามีความสุขและสนุกไปกับชัยชนะ ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้ เพราะเราสามารถทำให้ผู้คนรอบตัวมีความสุขได้
ผมคิดว่านี่อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่ฟุตบอลสามารถมอบให้เรา
3. ไม่สัญญาว่าจะให้ใครลงสนาม ทุกคนต้องแย่งตำแหน่งด้วยผลงาน
อิราโอล่า เปิดเผยถึงหลักการสำคัญในการบริหารนักเตะ โดยยืนยันว่าเขาเลือกใช้ความตรงไปตรงมา มากกว่าการให้คำสัญญาเพื่อทำให้นักเตะรู้สึกดี
เนื่องจากแต่ละเกมสามารถส่งผู้เล่นตัวจริงลงสนามได้เพียง 11 คน ทำให้ผู้จัดการทีมจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกนักเตะบางคนเหนือคนอื่น
คุณไม่สามารถบอกนักเตะที่เดินเข้ามาคุยกับคุณว่า ไม่ต้องห่วง นายจะได้รับโอกาสแน่นอน ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาอาจไม่ได้รับโอกาสนั้น
ผมชอบที่จะบอกเขาตรงๆ มากกว่าว่า นายต้องต่อสู้เพื่อตำแหน่งของตัวเอง ตอนนี้นายอยู่ในสถานการณ์ที่ยาก เพราะผมเลือกนักเตะอีกคนก่อนนาย
ผมมองว่านั่นเป็นการสร้างความท้าทายให้กับนักเตะ
กุนซือลิเวอร์พูลย้ำว่า แม้เขาจะเชื่อว่านักเตะคนหนึ่งมีโอกาสได้ลงสนาม แต่ก็จะไม่รับปากล่วงหน้า
แม้ผมจะคิดว่าเขาน่าจะได้ลงเล่น ผมก็ไม่ชอบบอกว่า ไม่ต้องห่วง นายจะได้ลงสนาม
เพราะเมื่อคุณสัญญาว่าจะให้เขาลงเล่นมากๆ แต่ต่อมาเขาอาจเล่นได้ไม่ดี หรือยังไม่สมควรได้รับโอกาส คุณก็ไม่สามารถทำตามสัญญาได้ และนั่นจะกลายเป็นปัญหา
ผมจะบอกเขาว่า นายต่างหากที่ต้องทำให้ตัวเองได้รับโอกาส ถ้านายทำผลงานได้ดี ผมเชื่อมั่นในตัวนาย และคิดว่านายมีคุณภาพพอที่จะเล่นให้เรา นายก็จะได้ลงสนามมากขึ้น
แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลงานของนาย ไม่ใช่เพราะผมจะมอบเวลาลงสนามให้เป็นของขวัญ
นายต้องแย่งโอกาสนั้นมาจากนักเตะอีกคน และนั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น
อิราโอล่า ยอมรับว่าการทำให้ทุกคนพอใจเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของทีม
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะยุติธรรมกับทุกคน แต่ผมคิดว่าทุกการตัดสินใจต้องให้ทีมมาก่อน
แม้การตัดสินใจนั้นจะเป็นเรื่องยากสำหรับผม แต่ถ้ามันเป็นประโยชน์ต่อทีม คุณก็จำเป็นต้องทำ
4. ยก บัลเบร์เด้ เป็นต้นแบบในการเป็นผู้จัดการทีม
ระหว่างการพูดคุย ติอาโก้ ได้ถามถึงบุคคลที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดการทำทีมของ อิราโอล่า ซึ่งเจ้าตัวยกชื่อของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ขึ้นมาเป็นอันดับแรก
อิราโอล่า เคยร่วมงานกับ บัลเบร์เด้ สองช่วงระหว่างค้าแข้งกับแอธเลติก บิลเบา และยอมรับว่าได้รับแนวคิดหลายอย่างจากอดีตผู้จัดการทีมของตัวเอง
ผมคิดว่าในฐานะโค้ช เราลอกเลียนแบบกันอยู่มาก
บางครั้งคุณไปดูการฝึกซ้อมของทีมอื่น แล้วคิดว่าสิ่งที่เห็นน่าสนใจ จากนั้นก็ลองนำบางอย่างมาปรับใช้กับทีมของตัวเอง
กับผู้จัดการทีมที่ผมเคยร่วมงานด้วยก็เช่นกัน ถ้าถามให้ผมเลือกชื่อใครสักคน ผมจะยก บัลเบร์เด้ เป็นต้นแบบเสมอ
สิ่งที่ อิราโอล่า ประทับใจมากที่สุดไม่ใช่เพียงเรื่องแท็กติก แต่เป็นวิธีคิดและการบริหารคนของ บัลเบร์เด้
บางครั้งเรามองว่าผู้จัดการทีมต้องเป็นคนพิเศษ ต้องมีความเป็นผู้นำสูงมาก
แต่บางครั้งสิ่งสำคัญก็เป็นเพียงการใช้สามัญสำนึก คิดถึงประโยชน์ของทีมและประโยชน์ของกลุ่มเป็นหลัก
ผมคิดว่า เอร์เนสโต้ มีคุณสมบัติเหล่านั้นมาก และเป็นสิ่งที่ผมพยายามนำมาใช้กับตัวเอง
5. เผยกฎเหล็กทีมงาน ห้ามเล่นพาเดลถ้าลิเวอร์พูลไม่ชนะ
นอกจากเรื่องฟุตบอลแล้ว อิราโอล่า ยังเปิดเผยกิจกรรมยามว่างของตัวเองและทีมงานสตาฟฟ์โค้ช ซึ่งชื่นชอบการเล่นพาเดล กีฬาประเภทแร็กเกตที่กำลังได้รับความนิยม
โดยพวกเขามักใช้เวลาว่างเล่นพาเดลกันที่ศูนย์ฝึก แอ็กซ่า แต่มีเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
นั่นคือ ลิเวอร์พูลต้องชนะการแข่งขันนัดล่าสุดเท่านั้น จึงจะอนุญาตให้ตัวเองใช้เวลาว่างไปเล่นกีฬาได้
ถ้าเราไม่ชนะเกมล่าสุด เราจะไม่อนุญาตให้ตัวเองใช้เวลาไปเล่นพาเดล
เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้นสำหรับเกมต่อไป เพื่อที่เราจะได้ชนะ และอย่างน้อยก็มีเวลาสักหนึ่งชั่วโมงไปเล่นพาเดลกัน!
บทสัมภาษณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นแนวคิดการทำงานของ อิราโอล่า ที่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ การแข่งขันภายในทีม การเรียนรู้จากความผิดพลาด และการยกย่องทุกคนที่มีส่วนร่วมกับความสำเร็จ
สำหรับลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของกุนซือชาวสเปน ทีมเริ่มต้นฤดูกาล 2026/27 ด้วยผลงานไร้พ่าย และ อิราโอล่า กำลังพยายามสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่นักเตะทุกคนต้องพิสูจน์ตัวเอง ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับความเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกคนภายในสโมสร