เจอร์รี คาร์ดินาล หนึ่งในผู้ถือหุ้นสำคัญของกลุ่มเจ้าของลิเวอร์พูลอย่าง เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กำลังอยู่เบื้องหลังดีลธุรกิจขนาดมหึมา หลังบริษัทที่เขามีบทบาทสำคัญกำลังจะเข้าซื้อกิจการสตูดิโอภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ด้วยมูลค่าประมาณ 82,000 ล้านปอนด์ ซึ่งเรื่องนี้อาจส่งผลต่อแนวทางธุรกิจของลิเวอร์พูลในอนาคต
คาร์ดินาลเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเร้ดเบิร์ด แคปิตอล ซึ่งบริหารสินทรัพย์ทั่วโลกมูลค่าราว 10,000 ล้านปอนด์ และยังเป็นหนึ่งในบอร์ดของ พาราเม้าท์ สกายแดนซ์ โดยเขาเป็นผู้ดูแลดีลควบรวมกิจการของบริษัทในปี 2024
ล่าสุด พาราเม้าท์ สกายแดนซ์ สามารถเอาชนะข้อเสนอจาก เน็ทฟลิกซ์ และตกลงซื้อกิจการวอร์เนอร์ บราเธอร์สได้สำเร็จ
แม้ดีลดังกล่าวจะดูเหมือนไม่เกี่ยวกับฟุตบอลโดยตรง แต่บทบาทของคาร์ดินาลอาจส่งผลต่อแนวทางธุรกิจของลิเวอร์พูลในอนาคต
ก่อนหน้านี้ คาร์ดินาลเคยพูดถึงมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญา ของลิเวอร์พูล ซึ่งหมายถึงสิทธิ์ในการใช้แบรนด์ โลโก้ ลิขสิทธิ์ และการนำชื่อสโมสรไปสร้างรายได้จากสินค้า บริการ หรือสื่อ
แม้ว่าลิเวอร์พูลจะไม่ได้มีกำไรอย่างสม่ำเสมอ แต่ด้วยมูลค่าทางแบรนด์และฐานแฟนบอลทั่วโลก สโมสรจึงถูกประเมินมูลค่าไว้ราว 4,000-6,000 ล้านปอนด์
ในฤดูกาล 2024/25 ลิเวอร์พูลมีรายได้เชิงพาณิชย์ประมาณ 315 ล้านปอนด์ มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เป็นรองเพียง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา, บาเยิร์น มิวนิค และสองทีมจากแมนเชสเตอร์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม รายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดยังคงถูกแบ่งตามอันดับในพรีเมียร์ลีก ทำให้ เอฟเอสจี มองว่าระบบปัจจุบันไม่ได้สะท้อนมูลค่าทางแบรนด์ของสโมสรอย่างแท้จริง
หนึ่งในแนวคิดที่เคยถูกพูดถึงคือการให้สโมสรสามารถขายสิทธิ์ถ่ายทอดสดบางส่วนโดยตรงถึงแฟนบอล เช่น การขายแพ็กเกจสตรีมมิงแบบดูเฉพาะเกมของลิเวอร์พูล โดยแนวคิดลักษณะนี้เคยถูกเสนอในโครงการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีกมาแล้ว
นักวิเคราะห์ด้านการเงินฟุตบอลจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลอย่าง เคียแรน แม็กไกวร์ มองว่า หากลิเวอร์พูลต้องการเดินไปในทิศทางสโมสรฟุตบอลที่เป็นบริษัทสื่อ ความเชี่ยวชาญด้านสื่อและธุรกิจของคาร์ดินาลจะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก
โดยเฉพาะหากในอนาคตพรีเมียร์ลีกเปิดทางให้สโมสรขายคอนเทนต์หรือสิทธิ์ถ่ายทอดสดบางส่วนให้แฟนบอลทั่วโลกโดยตรง ซึ่งอาจกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่มหาศาลของสโมสร