Home
Webboard
News Update
friday & a Koppuccino
Leagues Table
Last Match Clip
Club
1st Team Players
LFC Kit History
Our Social
Facebook
Twitter
Instagram
 
   
Maxi Rodriguez



สโมสรอื่นที่เคยอยู่
ฤดูกาล : สโมสร
99-02 : นีเวลล์ส โอลด์ บอย

02-05 : เอสปันญ่อล

05-10 : แอตเลติโก มาดริด

Team List
มักซี่ โรดริเกวซ : Maxi RODRIGUEZ

ชื่อเต็ม : มักซิมิเลียโน่ รูเบน โรดริเกวซ
หมายเลขเสื้อ :
11
ตำแหน่ง : กองกลาง
เกิดเมื่อ : 2 มกราคม 1981
สถานที่เกิด : โรซาริโอ, อาร์เจนติน่า
สัญชาติ : อาร์เจนติน่า
ติดทีมชาติ : อาร์เจนติน่าชุดใหญ่ 41 นัด
ส่วนสูง : 180 เซนติเมตร น้ำหนัก 73 กิโลกรัม
ย้ายมาจากสโมสร : แอตเลติโก มาดริด เมื่อ มกราคม 2010
ค่าตัวในการย้ายทีม : ฟรี
สถิติลงสนามให้ลิเวอร์พูล : 52 นัด ประตู : 11 ประตู

[ สถิตินับถึงก่อนเปิดฤดูกาล 2011-12 ]
 

มักซี่ โรดริเกวซ ปีกทีมชาติอาร์เจนติน่า ซึ่ง ราฟา เบนิเตซ เป็นผู้ไปคว้าตัวมาจาก แอตเลติโก มาดริด ในช่วงตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคมปี 2010 แบบไร้ค่าตัว

มักซี่ สามารถเล่นเป็นปีกทั้งซ้ายและขวา และ ยังสามารถเปลี่บนบทบาทตัวเอง ไปเล่นกองหน้าตัวต่ำได้อีกด้วย

มักซี่ เริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งของตัวเองกับ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ทีมในบ้านเกิด โดยลงเล่นที่นั่น 3 ฤดูกาลทำไป 20 ประตูจาก 57 เกมในทุกถ้วย

มักซี่ คว้าแชมป์โลก ยู 20 ร่วมกับทีมชาติอาร์เจนติน่าในปี 2001 หลังจากนั้น เขาก็ถูก เรอัล โอเบียโด้ ทีมในลีกา สอง ของสเปน ยืมตัวมาใช้งาน ในระยะเวลา สั้น ๆ 6 เดือนมาแล้ว แต่ยังไม่ทันจะได้ลงสนามให้โอเบียโด้เลย ทาง เอสปันญ่อล มองเห็นแววรีบเซ็นสัญญาถาวรกับ มักซี่ ทันที และ ที่นี่เรียกว่าเป็นบันไดขั้นแรก ของดาวเตะรายนี้ในการเล่นฟุตบอลในยุโรปเลยก็ว่าได้

มักซี่ ได้ประเดิมสนามในเกมลาลีกา สเปน นัดแรกในเกมที่พ่ายให้กับ เรอัล มาดริด 0-2 เมื่อ 2 กันยายน 2002 และก็ก้าวไปติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่ ในเกมพบกับ ญี่ปุ่น เมื่อ 8 มิถุนายน 2003

มักซี่ ลงสนามครบ 37 เกมทุกฤดูกาลตลอด 3 ปีที่เขาค้าแข้งอยู่กับทีมนกแก้ว แห่งคาตาลัน โดยเขาเป็นคนทำประตูที่ 2,000 ในฟุตบอลลีกให้กับ เอสปันญ่อล ด้วย และจากฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอทำให้ แอดเลติโก มาดริด มาคว้าตัวเขาไป ร่วมทีมด้วยค่าตัว 5 ล้านยูโร

ฤดูกาล 2005-06 ซึ่งเป็นปีแรกของ มักซี่ กับ แอตเลติโก มาดริด เขาได้ลงเล่น อย่างสม่ำเสมอ โดยลงสนามไปทั้งหมด 33 เกมทำไป 11 ประตูจากทุกถ้วย แต่ในฤดูกาลที่สองเขาได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับ มาร์ติน เปตรอฟ เพื่อนร่วมทีมจนต้องพักยาวทั้งฤดูกาล และมีสถิติลงสนามเพียงแค่ 10 นัดเท่านั้น แต่กระนั้นเขาก็ยังทำประตูให้ทีมไปได้ถึง 6 ประตูด้วยกัน

มักซี่เรียกความฟิตกลับมาจนติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดลุยฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมันได้สำเร็จ ซึ่งเขาก็มีโอกาสได้สีมผัสประสบการณ์ ในฟุตบอลโลก ครั้งแรกด้วย โดยโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมที่ อาร์เจนติน่า เอาชนะ เซอร์เบีย ขาดลอย 6-0 ในรอบแรก

ประตูที่ มักซี่ ยิงด้วยซ้ายใส่ เม็กซิโก ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยังได้รับเลือกให้เป็น ประตูยอดเยี่ยม ประจำทัวนาเม้นท์จากการโหวตของแฟนๆ ด้วย

อย่างไรก็ตามทีมชาติอาร์เจนติน่าของเขาก็มาพลาดตกรอบ 8 ทีมด้วยฝีมือของ เยอรมัน ซึ่งในเกมนั้นมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นระหว่างนักเตะทั้งสองทีมด้วย และ มักซี่ ก็โดนทางฟีฟ่าปรับและลงโทษห้ามแข่ง 2 นัด หลังกล้องทีวีจับได้ว่า เขาไป มีเรื่องกระทบกระทั่งกับ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ของทีมเจ้าภาพ

ในช่วงหลังฟุตบอลโลก มักซี่ มาเจอกับอาการบาดเจ็บหนักที่เข่าต้องพักยาวอีก อย่างไรก็ตามดาวเตะรายนี้ก็กัดฟันสู้จนเรียกความฟิตกลับมาได้เร็วกว่าที่คาดไว้ และกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงในทีม แอตเลติโก มาดริด อีกครั้ง

มักซี่ ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ของ แอตเลติโก มาดริด หลังจากที่ เฟร์นานโด ตอร์เรส ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูลในปี 2007

มักซี่ ถือเป็นนักเตะคนสำคัญที่ แอตเลติโก มาดริด ต้องฝากความหวังไว้อย่างมาก อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญในการเล่นให้ทีมตราหมีก็คือการเหมาคนเดียว 4 ประตู ช่วยให้แอตเลติโก มาดริด เอาชนะ มาเบลล่า 6-0 ในศึกสแปนิช คัพ เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2009 ซึ่งปีนั้น มักซี่ พาแอตเลติโก มาดริด จบฤดูกาล ด้วยอันดับที่ 4 ของลีก คว้าสิทธิไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ฤดูกาล เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามในช่วงต้นฤดูกาล 2009-10 นั้น มักซี่ มีอาการบาดเจ็บรบกวน และ ก็เริ่มเสียตำแหน่งตัวจริงในทีมให้คนอื่นไป จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2010 ราฟา เบนิเตซ ต้องการกำลังเสริมที่มีประสบการณ์ ทำให้เขาเลือกที่จะทาบทามดาวเตะ รายนี้ ซึ่ง มักซี่ ก็ตอบตกลงย้ายทีมอย่างรวดเร็ว เพราะในถิ่นแอนฟิลด์ เวลานั้นมี เพื่อนเก่าอย่าง ตอร์เรส รวมถึงเพื่อนร่วมชาติอย่าง ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ และ เอมิเลียโน่ อินชัว ค้าแข้งอยู่ด้วย

แอตเลติโก มาดริด ยอมยกเลิกสัญญาให้กับ มักซี่ เพื่อเปิดทางให้ย้ายมาอยู่กับ หงส์แดงแบบไม่มีค่าตัว ซึ่งถือเป็นการตอบแทนความภักดีที่เขาทุ่มเทให้กับ สโมสรเสมอมา โดยมักซี่เซ็นสัญญา 3 ปีครึ่งกับทีมหงส์แดง

มักซี่ ลงสนามให้ทีมหงส์แดงเป็นนัดแรกในวันที่ 16 มกราคม 2010 โดยลงมา เป็นตัวสำรองในเกมพรีเมียร์ลีกกับ สโต้ค ซิตี้ แต่กว่าเขาจะได้ประเดิมสนาม เป็นตัวจริง เวลาก็ผ่านเลยมาอีกสัปดาห์กว่าๆ ในเกมที่พบกับ วูลฟ์แฮมป์ตัน โดยเกมนั้นเขาจ่ายบอลให้กับ ตอร์เรส ทำ 2 ประตูสุดสวยด้วย

มักซี่ มายิงประตูแรกในสีเสื้อหงส์แดงได้ในเกมชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-0 ที่เทิร์ฟ มัวร์ เมื่อ 25 เมษายน 2010 อย่างไรก็ตามครึ่งฤดูกาลแรกของเขาในถิ่นแแอนฟิลด์ มักซี่ยังไม่ใช่ตัวเลือกแรกโดยอัตโนมัติ เพราะใช้เวลาส่วนมากไปกับการปรับตัว

มักซี่ กลับมามีชื่ออยู่ในทีมชาติอาร์เจนติน่าอีกครั้งในยุคของ ดิเอโก้ มาราโดน่า โดยเสือเตี้ยเรียกตัวเขาติดอยู่ในทีมชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2010 ด้วย แต่ใน ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทีมฟ้าขาวทำผลงานได้น่าผิดหวัง ร่วงตกรอบเร็วเกินควร

ฤดูกาล 2010-11 ที่ผ่านมา ถือเป็นฤดูกาลที่ มักซี่ มีโอกาสได้ลงสนามอย่างจริงจัง และโชว์ฝีเท้าที่แท้จริงออกมา โดยทำประตูให้ทีมหงส์แดงไปทั้งหมด 10 ประตู จากการลงสนาม 35 เกม แยกเป็น 3 ประตูในช่วงที่ รอย ฮอดจ์สัน คุมทีม และ อีก 7 มาจากการเล่นให้กับ เคนนี่ ดัลกลิช

โดยเฉพาะ 7 ประตูนี้มาจากในช่วงท้ายฤดูกาลซึ่ง มักซี่ ฟอร์มร้อนแรงมาก ๆ โดยยิงแฮทริคใส่ เบอร์มิงแฮม ตามมาด้วยหนึ่งประตูในเกมชนะนิวคาสเซิ่ล และก็กลับมายิงแฮทริคได้อีกครั้งในเกมที่ชนะ ฟูแล่ม 5-2

จากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมนี่เองทำให้ มักซี่ กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ ดัลกลิช ซึ่งตัวเขาเองก็มีความสุขในการเล่นให้กับ คิง เคนนี่ ซึ่งแม้จะมีข่าวว่า นีเวลล์ส โอลด์ บอย ทีมเก่าในอาร์เจนติน่าสนใจดึงเขากลับไปช่วยทีม แต่เขาก็ เลือกที่จะอยู่กับทีมหงส์แดงต่อไป

สำหรับฤดูกาลใหม่นี้ มักซี่ ได้ขอเปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก หมายเลข 17 มาเป็น หมายเลข 11 ที่ยังว่างอยู่



Copyright reserved 1999-2014 | Liverpool In Thailand | contact : pharitdech.p@gmail.com
slot mpls
Cloud service