liverpool in thailand  
   

Home
Webboard
News Update
Columnist : Sockr
Leagues Table
Last Match Clip
Club
1st Team Players
LFC Kit History
Our Social
Facebook
Twitter
Instagram

 
   
Jay Spearing



สโมสรอื่นที่เคยอยู่
ฤดูกาล : สโมสร
2010 : เลสเตอร์ ซิตี้

Team List
เจย์ สเปียริ่ง : Jay SPEARING

ชื่อเต็ม : เจย์ ฟรานซิส สเปียริ่ง
หมายเลขเสื้อ :
20
ตำแหน่ง : กองกลาง
เกิดเมื่อ : 25 พฤศจิกายน 1988
สถานที่เกิด : วีร์รัล, อังกฤษ
สัญชาติ : อังกฤษ
ติดทีมชาติ : อังกฤษ ยู 21
ส่วนสูง : 168 เซนติเมตร น้ำหนัก 70 กิโลกรัม
ย้ายมาจากสโมสร : อะคาเดมี่ของลิเวอร์พูล
ค่าตัวในการย้ายทีม : -
สถิติลงสนามให้ลิเวอร์พูล : 27 นัด ประตู : 0 ประตู

[ สถิตินับถึงก่อนเปิดฤดูกาล 2011-12 ]
 

เจย์ สเปียริ่ง มิดฟิลด์ฉบับกระเป๋า อีกหนึ่งผลผลิตจากอะคาเดมี่ที่สามารถแจ้งเกิด ได้ ในทีมชุดใหญ่ของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และกลายเป็นขวัญใจของแฟน ๆ ไปเรียบร้อยแล้ว

สเปียริ่ง นั้นเข้ามาอยู่กับลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และเคยเป็นกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ยู 18 ชุดที่คว้าแชมป์เอฟ เอ ยูธ คัพ ในปี 2007 ด้วย โดยในช่วงต้น ฤดูกาลนั้นเขาได้รับบาดเจ็บหนักถึงขึ้นขาหัก แต่เขาก็มีจิตใจที่แข็งแกร่ง สามารถเรียกความฟิตกลับมาได้ทันในเกมนัด ชิงชนะเลิศที่เอาชนะ แมนฯ ซิตี้

สเปียริ่ง สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับทีมหงส์แดงชุดเล็กจนถูกเรียกตัว ขึ้นไปซ้อมร่วมกับทีมสำรอง และ ทีมชุดใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ปี 2007

สเปียริ่ง ยังเคยได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน ตอร์นีโอ ดิ เรนาเต้ ซึ่งเป็นการแข่งขันของทีมในระดับ ยู 20 ที่ทีมหงส์แดงส่งแข่ง โดยมี คู่ต่อกรอย่าง เอซี มิลาน และ ปาร์ม่า 2 ทีมดังของอิตาลีลงแข่งด้วย

ในฤดูกาล 2007-08 แกรี่ แอ็บเล็ตต์ บอสทีมสำรองของหงส์แดงในเวลานั้น ได้เรียกใช้งาน สเปียริ่ง เป็นขาประจำ ซึ่งในปีนั้นทีมสำรองของลิเวอร์พูลก็ผงาด คว้าแชมป์ลีกสำรองมาครองได้

สเปียริ่ง ได้รับโอกาสให้ลงสนามในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลเป็นนัดแรกในเกม ที่ชนะ พีเอสวี ไฮน์โอเฟ่น 3-1 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อ 9 ธันวาคม 2008 โดย ราฟา เบนิเตซ ส่งเขามาเป็นตัวสำรอง รวมถึงในเกมที่ปราบ เรอัล มาดริด 4-0 ในเกมรอบสอง สเปียริ่ง ก็มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ด้วย

ด้วยสไตล์การเล่นที่บู๊ สู้ไม่ถอยนี่เองทำให้ ราฟา เห็นแวว และ ประทับใจได้ยื่น สัญญา 3 ปีให้กับ สเปียริ่ง เซ็นในเดือนมิถุนายน 2009

ฤดูกาล 2009-10 ซึ่งเป็นฤดูกาลต่อมา สเปียริ่ง มีโอกาสได้ลงสนามให้ลิเวอร์พูล แบบครบ 90 นาทีเป็นเกมแรก ในศึกฟุตบอลถ้วยคาร์ลิ่ง คัพ ที่พบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เอลแลนด์ โร้ด ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้เข้าตามากทีเดียว

จากนั้นในเดือนตุลาคมวันที่ 17 สเปียริ่งก็มีโอกาสได้สัมผัสเกมลีกเป็นนัดแรก โดยถูกส่งลงสนามไปแทน ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ในช่วงท้ายเกมที่พบกับ ซันเดอร์แลนด์ และอีก 11 วันต่อมา สเปียริ่ง ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง จนได้รับเลือกจากนักข่าวให้เป็น นักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมที่พบกับ อาร์เซน่อล ในศึกคาร์ลิ่ง คัพ แต่น่าเสียดายที่เกมนี้ทีมหงส์แดงเป็นฝ่ายพ่ายไป 1-2

สเปียริ่งได้เล่นในพรีเมียร์ลีก อีก 2 นัดในเกมพบกับ ปอร์ทสมัธ และ วูลฟ์แฮมป์ตัน ก่อนที่ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ลิเวอร์พูลจะตัดสินใจส่งตัวเขาไปให้ กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ใช้งานแบบยืมตัว เพื่อให้ได้พัฒนาฝีเท้า อย่างต่อเนื่องในการเล่นกับทีมชุดใหญ่

ที่เลสเตอร์ สเปียริ่งได้มาเจอกับอดีตเด็กหงส์ที่เป็นเพื่อนเก่าอย่าง แจ็ค ฮ็อบบ์ส ที่นี่เขาลงสนามไปทั้งหมด 9 เกมทำไป 1 ประตู และ เป็นหัวใจสำคัญในการพา เลสเตอร์ทำอันดับไปเล่นเพลย์ออฟได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ท้ายที่สุดแล้ว เดอะ ฟ็อกซ์ ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันอยู่ดี

พอจบฤดูกาล สเปียริ่งกลับมาที่ลิเวอร์พูลอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เขาต้องทำงานภายใต้ การทำทีมของ รอย ฮอดจ์สัน บอสใหญ่คนใหม่ที่วางแผนจะส่งเขาลงสนาม ในเกมฟุตบอลยุโรป และ บอลถ้วยเป็นหลักเพื่อให้นักเตะตัวจริงของทีมได้พัก

ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาของ สเปียริ่ง เลย เพราะเขารู้ดีว่าเขานั้นพร้อมที่จะรอโอกาส และ พิสูจน์ฝีเท้าอยู่แล้วยามที่ได้รับเลือกให้ลงสนามไม่ว่าจะมาก หรือ น้อย เท่าใดก็ตาม

สเปียริ่งมีส่วนกับการเล่นในยูโรป้า ลีก และ คาร์ลิ่ง คัพ รวมหลายเกมทีเดียว จนกระทั่งมาได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในการซ้อมเดือนพฤศจิกายน ต้องพักยาวไปถึง 6 สัปดาห์

ต้องถือเป็นโชคดีของ สเปียริ่ง เพราะตอนที่เขาคัมแบ็คกลับมานั้น ตำแหน่ง ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลมีการเปลี่ยนมือมาเป็น เคนนี่ ดัลกลิช ซึ่งขึ้นชื่อลือชา อยู่แล้วในเรื่องการให้โอกาสกับแข้งดาวรุ่ง ประกอบกับ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด กัปตันตัวเก่งนั้นมีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้ ดัลกลิช ตัดสินใจเลือก สเปียริ่ง ลงไปรับหน้าที่จอมทัพแทนเลยในเกมเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ แมทช์ กับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อเล่นได้อย่างโดดเด่นและดุดันมากจนชนะใจแฟน ๆ ไปเรียบร้อย

ด้วยสไตล์การเล่นที่ทำงานหนัก สู้ทุกช็อต และไม่เคยย่อท้อ ทำให้ สเปียริ่ง กลายเป็นตัวเลือกแรกๆ เสมอในยามที่ เจอร์ราร์ด ไม่ฟิต และ ในช่วงปลายฤดูกาล ที่ เจอร์ราร์ด ต้องพักยาวนั้น สเปียริ่งก็จับจองตำแหน่งตัวจริงร่วมกับ ราอูล เมยเรเลส และ ลูคัส เลว่า อย่างถาวร ถึงขนาดที่เบียดให้ คริสเตียน โพลเซ่น มิดฟิลด์รุ่นพี่ต้องไปนั่งรอโอกาสของตัวเองในม้านั่งสำรองเลยทีเดียว

สเปียริ่งได้เล่นมากถึง 20 เกมทีเดียวในฤดูกาลที่ผ่านมาและก็ได้รับการต่อสัญญา ฉบับใหม่จากสโมสรอีกครั้ง

สเปียริ่งมีชื่อติดอยู่ใน 40 คนของทีมชาติอังกฤษ ยู 21 ที่มีโอกาสติดทีมไปแข่ง ฟุตบอลยูโร ยู 21 ที่เดนมาร์กในช่วงซัมเมอร์ 2011 ด้วย แต่สุดท้าย สจ้วร์ต เพียร์ซ ก็ตัดชื่อเขาทิ้งก่อนส่งชื่อ 23 นักเตะให้ยูฟ่า

และในช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูลเองก็มีการซื้อนักเตะใหม่มาเสริมทัพโดยเฉพาะ ในแดนกลาง เมื่อรวมกับของเก่าที่มีอยู่ ทำให้การแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งในทีมนั้น ยากมากกว่าเดิม แต่ สเปียริ่ง ก็ไม่ย่อท้อ เขายอมปัดโอกาสที่จะได้ย้ายไปร่วมทีม วูลฟ์แฺฮมป์ตัน แบบยืมตัว เพื่อขอท้าชิงตำแหน่งกับบรรดารุ่นพี่อย่างใจจดใจจ่อ



Copyright reserved 1999-2014 | Liverpool In Thailand | contact : pharitdech.p@gmail.com